เกี่ยวกับวารสาร
วารสารวิชาการของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (UTCC Law Journal) ได้ดำเนินงานจัดทำวารสารอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552
วัตถุประสงค์ (Aims)
- เพื่อเผยแพร่บทความวิจัย (Research Paper) และบทความวิชาการ (Academic Paper) ที่มีคุณภาพโดยผ่านการพิจารณากลั่นกรองคุณภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาที่นิติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องและให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ผู้อ่าน
- เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดความรู้ทางวิชาการแก่สังคมทั่วไป โดยสนับสนุนให้อาจารย์ประจำ นักวิชาการ นักวิจัย และผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชานิติศาสตร์มีโอกาสนำเสนอผลงานทางวิชาการที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน
ISSN: 2229-1105
กำหนดการตีพิมพ์
วารสารวิชาการ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กำหนดออกเผยแพร่รายปี ปีละ 1 ฉบับ โดยมีกำหนดออกวารสารในเดือนมิถุนายนของทุกปี (ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2570 เป็นต้นไปจะตีพิมพ์ปีละ 2 ฉบับ มกราคม-มิถุนายน และกรกฎาคม - ธันวาคม)
ขอบเขตของบทความที่ตอบรับ
วารสารวิชาการ คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มีความยินดีที่จะรับบทความของผู้เขียนที่เป็นบทความประเภท บทความวิจัย (Research Paper) และบทความวิชาการ (Academic Paper) จากอาจารย์ประจำ นักวิชาการ นักวิจัยและผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชานิติศาสตร์โดยนำเสนอบทความเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ผลงานวิชาการที่ส่งมาให้พิจารณาต้องไม่เคยเผยแพร่ในสิ่งพิมพ์อื่นใดมาก่อน และต้องไม่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น
ประกาศ
ฉบับปัจจุบัน
วารสารวิชาการคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
บรรณาธิการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วีณา อนุสรณ์เสนา
วารสารวิชาการ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ปีที่ 18 ฉบับที่ 1 มิถุนายน 2569 ฉบับนี้ นำเสนอชุดบทความที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงสำคัญของกฎหมายร่วมสมัยในบริบทที่เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกำลังเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว ประเด็นทางกฎหมายที่เคยถูกพิจารณาอยู่ภายใต้กรอบดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นสัญญา เอกสารทางการค้า การอนุญาโตตุลาการ การกำกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การคุ้มครองสาธารณสุข หรือการค้าระหว่างประเทศ ต่างกำลังถูกท้าทายให้ต้องปรับตัวต่อความซับซ้อนของโลกยุคใหม่
บทความในฉบับนี้เปิดพื้นที่ให้เห็นว่ากฎหมายมิได้ทำหน้าที่เพียงกำหนดสิทธิ หน้าที่ หรืความรับผิดเท่านั้น หากยังเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่น การจัดสรรความเสี่ยง และการกำกับกิจกรรมที่มีลักษณะข้ามพรมแดนและพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น บทความว่าด้วยใบตราส่งอิเล็กทรอนิกส์ได้ชี้ให้เห็นความสำคัญของการเชื่อมโยงกฎหมายต้นแบบ มาตรฐานทางเทคนิค และกลไกภาคอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันการค้าดิจิทัลระหว่างประเทศ ขณะที่บทความเกี่ยวกับสัญญาอัตโนมัติทั้งในบริบทสหภาพยุโรปและกฎหมายซื้อขายของไทย ชวนให้ตั้งคำถามต่อหลักการพื้นฐานของกฎหมายสัญญา โดยเฉพาะเรื่องเจตนา ความสำคัญผิด และการจัดสรรความเสี่ยงเมื่อการตัดสินใจทางธุรกรรมเกิดขึ้นผ่านระบบอัตโนมัติ
นอกจากนี้ วารสารฉบับนี้ยังนำเสนอประเด็นกฎหมายเฉพาะทางที่มีนัยสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม บทความเกี่ยวกับหลัก Kompetenz-Kompetenz ในศาลอนุญาโตตุลาการทางการกีฬา แสดงให้เห็นบทบาทของสถาบันระงับข้อพิพาทเฉพาะทางในระดับสากล ส่วนบทความว่าด้วยระบบนิเวศธุรกิจดาวเทียมวงโคจรต่ำของประเทศไทย ชี้ให้เห็นความจำเป็นของกรอบกฎหมายที่ชัดเจนและบูรณาการมากขึ้น เพื่อรองรับกิจกรรมอวกาศสมัยใหม่ การลงทุน นวัตกรรม และความรับผิดในกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง
ในอีกด้านหนึ่ง บทความเกี่ยวกับพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2568 และกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง สะท้อนความท้าทายของการบังคับใช้กฎหมายที่ต้องรักษาดุลยภาพระหว่างเป้าหมายด้านสาธารณสุข ความเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการ และความชัดเจนในการใช้อำนาจของรัฐ ขณะเดียวกัน บทความเกี่ยวกับกฎหมายบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ของสหภาพยุโรป หรือ PPWR แสดงให้เห็นว่ากฎหมายสิ่งแวดล้อมของต่างประเทศอาจส่งผลโดยตรงต่อผู้ประกอบการไทยในห่วงโซ่อุปทานโลก และทำให้การปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความยั่งยืนกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของความสามารถในการแข่งขัน
ท้ายที่สุด บทวิจารณ์หนังสือเรื่อง กฎหมายระหว่างประเทศ: ความรู้ฉบับพกพา ช่วยเติมมิติทางความคิดให้แก่ผู้อ่าน โดยชวนกลับมาพิจารณาความสำคัญของกฎหมายระหว่างประเทศในช่วงเวลาที่ระเบียบโลกและความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกำลังเผชิญความไม่แน่นอน การทำความเข้าใจกฎหมายระหว่างประเทศจึงมิใช่เพียงเรื่องของนักกฎหมายเฉพาะทาง หากเป็นความรู้พื้นฐานที่ช่วยให้มองเห็นตำแหน่งแห่งที่ของกฎหมายไทยในโลกที่เชื่อมโยงกันมากขึ้น
กองบรรณาธิการหวังว่าวารสารฉบับนี้จะเป็นพื้นที่ทางวิชาการที่ช่วยกระตุ้นการตั้งคำถาม การแลกเปลี่ยนความเห็น และการพัฒนาความรู้ทางนิติศาสตร์ให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน ทั้งในเชิงทฤษฎี การตีความกฎหมาย การออกแบบนโยบาย และการบังคับใช้กฎหมายในทางปฏิบัติ
กองบรรณาธิการขอขอบคุณผู้เขียนทุกท่าน ผู้ทรงคุณวุฒิผู้ประเมินบทความ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ร่วมกันทำให้วารสารฉบับนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าวารสารฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อคณาจารย์ นักวิชาการ นักศึกษา ผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมาย ผู้กำหนดนโยบาย และผู้อ่านทุกท่านที่สนใจพัฒนาการของกฎหมายในสังคมร่วมสมัย