วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา https://so20.tci-thaijo.org/index.php/bsru01grad <div style="text-align: center; margin-bottom: 25px; border-bottom: 2px solid #E6C6E8; padding-bottom: 15px;"> <h2 style="color: #7a2b80; margin: 0; font-size: 26px;">นโยบายและข้อมูลวารสาร</h2> <p style="color: #888; margin: 6px 0 0; font-size: 15px;">วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (ISSN: 2586-8799)</p> </div> <div style="background-color: #e6f4ea; border-left: 6px solid #137333; border-radius: 6px; padding: 18px 22px; margin-bottom: 30px; box-shadow: 0 2px 6px rgba(0,0,0,0.04);"> <h4 style="color: #137333; margin: 0 0 5px 0; font-size: 18px; font-weight: bold; display: flex; align-items: center;">📢 ไม่มีค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ (No Publication Fee)</h4> <p style="margin: 0; color: #137333; font-size: 15px;">ปัจจุบันวารสารอยู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อเข้าสู่ฐานข้อมูล TCI จึง<strong>ยกเว้นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความในทุกขั้นตอน</strong> (ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย)</p> </div> <div style="margin-bottom: 25px;"> <h3 style="background: #A940AD; color: #fff; padding: 10px 16px; border-radius: 5px; display: inline-block; margin-bottom: 15px; font-size: 18px;">นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์</h3> <div style="background: #fff; border: 1px solid #e6e6e6; border-radius: 6px; padding: 18px 22px;"> <p style="margin: 0; text-align: justify;">วารสารมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมและเผยแพร่ความรู้ ความคิด ทัศนะ และประสบการณ์ ในรูปแบบบทความวิจัยและบทความวิชาการ จากคณาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย นิสิตนักศึกษา และผู้สนใจในสาขาการศึกษา จิตวิทยา รัฐประศาสนศาสตร์ ภาษาและวรรณกรรม บริหารธุรกิจ การบริหารเทคโนโลยีนวัตกรรม และการจัดการการสื่อสาร</p> </div> </div> <div style="margin-bottom: 25px;"> <h3 style="background: #A940AD; color: #fff; padding: 10px 16px; border-radius: 5px; display: inline-block; margin-bottom: 15px; font-size: 18px;">กระบวนการพิจารณาบทความ</h3> <div style="background: #fff; border: 1px solid #e6e6e6; border-radius: 6px; padding: 18px 22px;"> <p style="margin: 0; text-align: justify;">บทความที่ส่งเข้ารับการพิจารณาจะต้องผ่านการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) อย่างน้อย 2 ใน 3 ท่าน ในรูปแบบปกปิดรายชื่อทั้งสองฝ่าย (Double Blind Peer Review) โดยบทความต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาในวารสารอื่น และผู้นิพนธ์ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และรูปแบบการอ้างอิงของวารสารอย่างเคร่งครัด</p> </div> </div> <div style="margin-bottom: 25px;"> <h3 style="background: #A940AD; color: #fff; padding: 10px 16px; border-radius: 5px; display: inline-block; margin-bottom: 15px; font-size: 18px;">ประเภทของบทความ</h3> <div style="background: #fff; border: 1px solid #e6e6e6; border-radius: 6px; padding: 18px 22px;"> <p style="margin: 0;">บทความวิจัย (Research Articles) และ บทความวิชาการ (Academic Articles)</p> </div> </div> <div style="margin-bottom: 25px;"> <h3 style="background: #A940AD; color: #fff; padding: 10px 16px; border-radius: 5px; display: inline-block; margin-bottom: 15px; font-size: 18px;">ภาษาที่รับตีพิมพ์</h3> <div style="background: #fff; border: 1px solid #e6e6e6; border-radius: 6px; padding: 18px 22px;"> <p style="margin: 0;">ภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ</p> </div> </div> <div style="margin-bottom: 25px;"> <h3 style="background: #A940AD; color: #fff; padding: 10px 16px; border-radius: 5px; display: inline-block; margin-bottom: 15px; font-size: 18px;">กำหนดออกวารสาร</h3> <div style="background: #fff; border: 1px solid #e6e6e6; border-radius: 6px; padding: 18px 22px;"> <p style="margin: 0;">วารสารมีกำหนดเผยแพร่ปีละ 2 ฉบับ<br />ฉบับที่ 1: เดือนมกราคม – มิถุนายน<br />ฉบับที่ 2: เดือนกรกฎาคม – ธันวาคม<br /><br />โดยเริ่มตั้งแต่ปีที่ 11 พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป</p> </div> </div> <div style="margin-bottom: 25px;"> <h3 style="background: #A940AD; color: #fff; padding: 10px 16px; border-radius: 5px; display: inline-block; margin-bottom: 15px; font-size: 18px;">เจ้าของวารสาร</h3> <div style="background: #fff; border: 1px solid #e6e6e6; border-radius: 6px; padding: 18px 22px;"> <p style="margin: 0;">วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา</p> </div> </div> <div style="margin-bottom: 25px;"> <h3 style="background: #137333; color: #fff; padding: 10px 16px; border-radius: 5px; display: inline-block; margin-bottom: 15px; font-size: 18px;">ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความ</h3> <div style="background: #fff; border: 2px solid #137333; border-radius: 6px; padding: 18px 22px;"> <p style="margin: 0; text-align: justify; font-size: 16px; color: #137333;">ปัจจุบันวารสารอยู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อเข้าสู่ฐานข้อมูล TCI จึง<strong><span style="font-size: 18px; text-decoration: underline;">ไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม</span>การตีพิมพ์บทความในทุกกรณี</strong> (Free of Charge)</p> </div> </div> <div style="margin-top: 25px; background: #f8f1f9; border: 1px solid #E6C6E8; border-radius: 6px; padding: 15px 18px;"> <p style="margin: 0; color: #7a2b80; font-weight: bold;">หมายเหตุ</p> <ul style="margin: 8px 0 0; padding-left: 18px;"> <li>ขอสงวนสิทธิ์ไม่ตีพิมพ์ หากผู้นิพนธ์ไม่ปรับปรุงบทความตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิ</li> <li>ขอสงวนสิทธิ์ไม่ตีพิมพ์ หากบทความไม่สอดคล้องกับขอบเขตของวารสาร หรือไม่ผ่านการพิจารณา</li> </ul> </div> th-TH ##default.contextSettings.thaijo.licenseTerms## bsru01grad@gmail.com (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นุกูล สาระวงศ์) bsru01grad@gmail.com (นางสาววรรณิดา สร้อยมยุรา) Fri, 09 Oct 2026 14:49:37 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 พัฒนาการของกระบวนการแก้ปัญหา: จากการคิดเชิงตรรกะสู่การวิเคราะห์ระบบเชิงข้อจำกัด และการพัฒนาโมเดลเชิงโครงสร้าง https://so20.tci-thaijo.org/index.php/bsru01grad/article/view/953 <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และสังเคราะห์กระบวนการพัฒนาการของแนวคิดการแก้ปัญหาของสามกระบวนทัศน์สำคัญ ได้แก่ แนวทางการคิดเชิงตรรกะของ Polya กระบวนการวิเคราะห์เชิงระบบตามทฤษฎีข้อจำกัดของ Goldratt และการพัฒนาโมเดลโครงสร้างเชิงระบบ IDEAL Model โดยมุ่งเน้นบทบาทของทักษะการให้เหตุผลในฐานะกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ การศึกษาใช้เอกสารวิชาการที่เกี่ยวข้องมากกว่า 30 ฉบับ ผลการสังเคราะห์พบว่ากรอบคิดของ Polya มีความสำคัญในการปูพื้นฐานเชิงตรรกะและเชิงกลยุทธ์ ขณะที่แนวคิด TOC ของ Goldratt ขยายขอบเขตสู่การวิเคราะห์ระบบเชิงองค์กร และ IDEAL Model มีบทบาทในการจัดโครงสร้างการแก้ปัญหาในหลากหลายมิติ โดยมีความเชื่อมโยงกันในฐานะพัฒนาการเชิงประวัติศาสตร์และทฤษฎีที่ต่อเนื่อง การวิพากษ์เสนอว่าการบูรณาการทั้งสามแนวคิดจะช่วยยกระดับทักษะการให้เหตุผลของผู้ใฝ่รู้และผู้ปฏิบัติการได้อย่างมีนัยสำคัญ</p> บัญชา เกิดมณี, บดินทร์ชาติ สุขบท, สมบัติ ทีฆทรัพย์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so20.tci-thaijo.org/index.php/bsru01grad/article/view/953 Fri, 09 Oct 2026 00:00:00 +0700 นโยบายการรับรู้สื่อสารสนเทศด้านสุขภาพดิจิทัล:กรณีศึกษา WHO, OECD, และประเทศไทย https://so20.tci-thaijo.org/index.php/bsru01grad/article/view/954 <p>ในยุคดิจิทัลสื่อสารสนเทศสุขภาพแพร่กระจายบนโลกออนไลน์ไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการสื่อสารด้านสุขภาพดิจิทัลจึงมีความสำคัญยิ่ง เนื่องจากมีการนำเสนอข่าวปลอมและข่าวบิดเบือนและเนื้อหาที่เผยแพร่นั้นมีความไม่ถูกต้องเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตการณ์ของการเกิดโรคระบาด COVID-19 ส่งผลให้องค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เล็งเห็นความสำคัญของการนำเสนอที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งจะส่งผลเสียต่อการรู้สารสนเทศด้านสุขภาพของประชากรโลก จึงได้พัฒนานโยบายเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงสื่อสารสนเทศสุขภาพดิจิทัลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ สำหรับประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขได้เร่งพัฒนานโยบายและโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพดิจิทัลให้สอดรับกับนโยบายของ WHO และ OECD เพื่อให้ประชาชนคนไทยสามารถเข้าถึงสื่อสารสนเทศสุขภาพได้อย่างทั่วถึง ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามประเทศไทยยังต้องเผชิญกับความท้าทายในการสื่อสารด้านสารสนเทศสุขภาพดิจิทัล ทั้งในด้านความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการเผยแพร่เนื้อหาที่ไม่ถูกต้อง จนอาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจในด้านสุขภาพของประชาชน บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์นโยบายการสื่อสารและการรับรู้สื่อสารสนเทศสุขภาพดิจิทัลของ WHO, OECD และประเทศไทย โดยเน้นที่การสร้างระบบนิเวศของข้อมูลและสื่อสารสนเทศสุขภาพที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ และเป็นไปตามมาตรฐานของ WHO และ OECD ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมความตระหนักรู้ด้านสุขภาพของประชากรโลกและของไทย</p> ประภาพรรณ หิรัญวัชรพฤกษ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so20.tci-thaijo.org/index.php/bsru01grad/article/view/954 Fri, 09 Oct 2026 00:00:00 +0700 การจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนเชิงระบบแบบ 6 มิติ สำหรับบัณฑิตศึกษา https://so20.tci-thaijo.org/index.php/bsru01grad/article/view/955 <p>บทความเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอกรอบแนวคิดและแนวทางเชิงระบบสำหรับการจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับบัณฑิตศึกษา โดยใช้วิธีการสังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ ประกอบด้วย 1) การทบทวนวรรณกรรมเชิงระบบ 2) การจัดกลุ่มแนวคิด 3) การบูรณาการเชิงระบบ 4) การสร้างองค์ความรู้ใหม่ จนเกิดเป็น กรอบการจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน 6 มิติ หรือ 6D ประกอบด้วย ประกอบด้วย 1) Direction-นโยบายและทิศทาง 2) Design-การออกแบบหลักสูตร 3) Didactics-รูปแบบการเรียนรู้โลกจริง 4) Development-การพัฒนาอาจารย์และระบบสนับสนุน 5) Deployment-การบูรณาการและการนำไปใช้ และ 6) Diagnosis-การประเมินผลและการประกันคุณภาพ คณะหรือมหาวิทยาลัยสามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางการต่อยอดการออกแบบหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา ดังนี้ 1) การกำหนดสมรรถนะเป้าหมายระดับสาขาวิชา 2) การออกแบบโครงสร้างรายวิชา โครงงาน วิทยานิพนธ์เป็นเส้นทางเดียวกัน 3) การทำให้รูปแบบการเรียนรู้โลกจริงเป็นหัวใจของหลักสูตร 4) การตั้งกลไกห้องปฏิบัติการมีชีวิตและฐานข้อมูลด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน 5) การวัดและประเมินผลการเรียนรู้แบบผสมผสาน บทความนี้นำเสนอกรอบการจัดการแบบทั้งสถาบันเพื่อทำให้ “นโยบาย หลักสูตร การสอน วิจัย ภาคี การประเมิน” เชื่อมโยงเป็นระบบเดียวกัน ซึ่งจะทำให้บัณฑิตศึกษามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งในระดับมหาวิทยาลัยและสังคมต่อไป</p> ชลลดา พงศ์พัฒนโยธิน ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so20.tci-thaijo.org/index.php/bsru01grad/article/view/955 Fri, 09 Oct 2026 00:00:00 +0700 กลยุทธ์ในการประชาสัมพันธ์สถาบันอุดมศึกษาไทยในยุค VUCA https://so20.tci-thaijo.org/index.php/bsru01grad/article/view/958 <p>บทความวิชาการนี้วิเคราะห์ผลของบริบทความผันผวน ความไม่แน่นอน ความซับซ้อน และความคลุมเครือ (VUCA) ต่อการประชาสัมพันธ์สถาบันอุดมศึกษาไทย และสังเคราะห์แนวทางปรับตัวจากเอกสารนโยบายและรายงานร่วมสมัย โดยเสนอกรอบการประชาสัมพันธ์ที่ยืดหยุ่น 5 ขั้น ได้แก่ รับฟังและตรวจสอบข้อมูล วิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ออกแบบสารและช่องทางร่วมกัน สื่อสารพร้อมรับวิกฤต และประเมินผลเพื่อปรับแผน กรอบดังกล่าวเชื่อมการใช้ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์กับการกำกับดูแล ความเป็นส่วนตัว และการเข้าถึงอย่างเท่าเทียม ตัวอย่างการประยุกต์ใช้กับการรับนักศึกษาและการตอบข้อร้องเรียนแสดงวิธีนำกรอบไปวางแผนเชิงปฏิบัติ บทความสรุปว่า ความสามารถในการปรับตัวทางการสื่อสารขึ้นกับคุณภาพของการรับฟัง หลักฐานที่ตรวจสอบได้ และการเรียนรู้จากผลลัพธ์ มากกว่าความถี่ของการเผยแพร่สาร กรอบที่เสนอยังต้องทดสอบเชิงประจักษ์ใzสถาบันอุดมศึกษาที่มีบริบทต่างกัน</p> ณัฐ เดชะปัญญา, ปาริชาติ ปรีชากร, ทิฆัมพร ทวีเดช, สมบัติ ทีฆทรัพย์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so20.tci-thaijo.org/index.php/bsru01grad/article/view/958 Fri, 09 Oct 2026 00:00:00 +0700